ความรู้เพิ่มเติม

5 แหล่งสินเชื่อเงินด่วนที่ดีที่สุด

การกู้เงินอาจฟังดูเป็นทางเลือกที่ไม่ค่อยดีนัก แต่ในยามจำเป็นที่เกิดขัดสนขึ้นมาจริงๆ บริการปล่อยกู้เงินด่วนต่างๆ ก็เป็นตัวเลือกที่สามารถช่วยเราได้ไม่น้อย...แต่พอถึงเวลาต้องกู้ขึ้นมาจริงๆ ก็มีแหล่งกู้เงินด่วนจำนวนมาก แบบนี้ควรเลือกกู้ที่ไหนดีล่ะ?



 
1. สินเชื่อเพื่อธุรกิจ
 สินเชื่อรายย่อยเพื่อผู้ประกอบการ  เจ้าของกิจการ เป็นสินเชื่อเพื่อต่อยอดธุรกิจอนุมัติให้วงเงินสูงไม่ต้องรอนาน เนื่องจากสินเชื่อเพื่อธุรกิจเป็นสินที่ให้วงเงินสูงอนุมัติง่าย
จึงต้องมีข้อแลกเปลี่ยน คือ อัตราดอกเบี้ยที่สูงที่สุดกว่าสินเชื่อประเภทอื่นๆ  ดังนั้น ก่อนที่จะเอาเงินด่วน นี้มาก็ต้องคิดให้รอบคอบและใช้อย่างมีสติ

เอกสารที่ต้องใช้

o     สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน

o    สำเนาทะเบียนบ้าน

o    หนังสือรับรองธุรกิจ


สนใจสินเชื่อเงินด่วนเพื่อธุรกิจ : 095-280-0895
             

 
2. สินเชื่อทะเบียนรถ
สินเชื่อทะเบียนรถ ก็เป็นอีกตัวเลือกแรกๆ เมื่อพูดถึงแหล่งเงินด่วน เพราะแค่มีรถ

ไม่ว่าจะเป็นรถเก๋ง รถกระบะ หรือรถสิบล้อ ก็สามารถนำรถไปเป็นตัวค้ำประกันเพื่อแลกเงินได้สำหรับใครที่กำลังสงสัยว่า ถ้าเอารถไปแลกแล้วเราจะใช้รถอะไรจะมีรถใช้ไหม คำตอบก็คือ มีรถใช้เหมือนเดิมแน่นอนครับ เพราะทางสถาบันการเงินจะใช้เพียงสมุดคู่มือทะเบียนรถไปเป็นประกันการชำระหนี้เท่านั้น
 เงินด่วนสูงสุดหรือวงเงินที่ได้จะประเมินจากประเภทของรถ ยี่ห้อ รุ่น อายุการใช้งาน และสภาพของรถที่เอามาขอสินเชื่อ โดยวิธีคิดดอกเบี้ยก็ขึ้นอยู่กับเกณฑ์ของสถาบันการเงินแต่ละเจ้า
 ข้อดี อีกอย่างของเงินด่วนประเภทนี้ก็คือ ไม่ต้องใช้คนค้ำ หมดปัญหาไปขอใครให้ค้ำสินเชื่อทะเบียนรถเป็นตัวเลือกแรกๆ เมื่อนึกถึงแหล่งกู้เงินด่วน
เอกสารที่ต้องใช้

o    สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน

o    สำเนาทะเบียนบ้าน

o    เล่มทะเบียนตัวจริง

o    เอกสารแสดงรายได้ เช่น สลิปเงินเดือนและรายการเดินบัญชีย้อนหลัง 3 - 6 เดือน (Statement)

o    เอกสารประกอบอื่นๆ ตามที่กำหนด

                                      

3. สินเชื่อบ้านแลกเงิน
สำหรับ สินเชื่อแบบบ้านแลกเงิน อาจไม่ถึงขั้นเป็น เงินด่วน เพราะต้องใช้เอกสารค่อนข้างเยอะ และต้องใช้เวลาในการดำเนินการพอสมควร แต่ก็ทำให้ได้เงินก้อนใหญ่ไว้ใช้ในยามจำเป็นลักษณะของสินเชื่อบ้านแลกเงินจะคล้ายกับสินเชื่อทะเบียนรถ คือนำบ้านไปเป็นหลักประกันเพื่อแลกเงินนั่นเอง แต่ต่างกันที่บ้านจะต้องปลอดภาระหนี้แล้วด้วยนะครับ ส่วนจำนวนเงินที่จะได้รับนั้นจะขึ้นอยู่กับการประเมินตัวบ้านโดยธนาคาร ส่วนมากการกู้ประเภทนี้ มักจะใช้เพื่อนำเงินไปปิดหนี้อื่นๆ ที่มีดอกเบี้ยสูง เช่น สินเชื่ออเนกประสงค์ หนี้บัตรเครดิต หรือแม้กระทั่งหนี้นอกระบบ เพราะอัตราดอกเบี้ยของบ้านแลกเงินเพียง 5.5 - 9% ต่อปี และยังผ่อนชำระได้ยาวนานถึง 15 - 30 ปี ทำให้ยอดผ่อนต่อเดือนไม่หนัก
 สาเหตุที่วิธีบ้านแลกเงินดอกเบี้ยต่ำกว่าสินเชื่อประเภทอื่นและยังให้ผ่อนได้ยาวนาน นั่นเพราะว่า ธนาคารมีหลักทรัพย์เป็นบ้าน ช่วยลดความเสี่ยงในการหนีหนี้ที่อาจจะ

·         เอกสารที่ต้องใช้

o    เอกสารข้อมูลส่วนบุคคล

๐  สำเนาบัตรประชาชน หรือบัตรข้าราชการ (และของผู้สมรส ถ้ามี)

๐  สำเนาทะเบียนบ้าน (และของผู้สมรส ถ้ามี)

๐  สำเนาทะเบียนสมรส/หย่า/มรณะของคู่สมรส/ใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้ามี)

o    เอกสารแสดงรายได้ (อาชีพที่มีรายได้ประจำ)

๐  สลิปเงินเดือนหรือหนังสือรับรองการทำงาน (ตัวจริง)

๐  สำเนาบัญชีธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน (Statement)

๐  สำเนาใบหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ)

o    เอกสารแสดงรายได้ (อาชีพอิสระหรือประกอบกิจการ)

๐  สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนหรือใบทะเบียนการค้า

๐  สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีชื่อผู้กู้/ผู้กู้ร่วม

๐  รายการบัญชีธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน (ทั้งส่วนตัวและของกิจการ)

๐  สำเนา ภ.พ.30 (ถ้ามี)

o    เอกสารหลักทรัพย์

๐  สำเนาเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์หลักประกัน เช่น โฉนดที่ดิน หรือหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด (ขนาดเท่าตัวจริงทุกหน้า)

๐  ใบอนุญาตปลูกสร้าง/หนังสือแสดงกรรมสิทธิ์สิ่งปลูกสร้าง เช่น สำเนาหนังสือสัญญาขายที่ดิน (ทด.13) หรือหนังสือสัญญาให้ที่ดิน (ทด.14 )

๐  แผนที่ตั้งหลักประกันโดยสังเขป

                    

4. สินเชื่อที่ดินแลกเงิน
เมื่อพูดถึง สินเชื่อที่ดินแลกเงิน อีกหนึ่งหลักทรัพย์ที่สามารถสร้างเงินก้อนใหญ่ให้คุณได้ นั่นก็คือ ที่ดิน ซึ่งมีวิธีการกู้รูปแบบเดียวกับการนำบ้านไปแลกเงิน นั่นก็คือใช้หลักทรัพย์ไปค้ำประกันเงินกู้ หรืออาจนำไปจำนองกับธนาคาร โดยธนาคารจะประเมินราคาสินทรัพย์ และให้วงเงินกับเรา 


จริงๆ วิธีการนี้คือสินเชื่ออเนกประสงค์ที่ใช้สินทรัพย์ค้ำ ไม่ว่าจะเป็นบ้านหรือที่ดินก็ตาม โดยจะให้ระยะเวลาผ่อนชำระยาวนานถึง 30 ปี และอัตราดอกเบี้ยต่ำ คือ ไม่เกิน 10 - 12% ต่อปี หลายคนจึงเลือกโฉนดที่ดินไปแลกเงินเพื่อนำไปปิดหนี้อื่นๆ ที่ดอกเบี้ยแพงกว่า หรือเอาเงินก้อนมาหมุนเวียนในธุรกิจ·         เอกสารที่ต้องใช้

o    เอกสารข้อมูลส่วนบุคคล

๐  สำเนาบัตรประชาชน หรือบัตรข้าราชการ (และของผู้สมรส ถ้ามี)

๐  สำเนาทะเบียนบ้าน (และของผู้สมรส ถ้ามี)

๐  สำเนาทะเบียนสมรส/หย่า/มรณะของคู่สมรส/ใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้ามี)

o    เอกสารแสดงรายได้ สำหรับอาชีพที่มีรายได้ประจำ

๐  สลิปเงินเดือนหรือหนังสือรับรองการทำงาน (ตัวจริง)

๐  สำเนาบัญชีธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน (Statement)

๐  สำเนาใบหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ)

o    เอกสารแสดงรายได้ สำหรับอาชีพอิสระหรือประกอบกิจการ

๐  สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนหรือใบทะเบียนการค้า

๐  สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีชื่อผู้กู้/ผู้กู้ร่วม

๐  รายการบัญชีธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน (ทั้งส่วนตัวและของกิจการ)

๐  สำเนา ภ.พ.30 (ถ้ามี)

o    เอกสารหลักทรัพย์

๐  สำเนาเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์หลักประกัน เช่น โฉนดที่ดิน/สำเนาหนังสือสัญญาขายที่ดิน (ทด.13)/หนังสือสัญญาให้ที่ดิน (ทด.14 )

๐  แผนที่ตั้งหลักประกันโดยสังเขป

 



การเดินบัญชีธนาคารเพื่อขอสินเชื่อ

รายละเอียด การเดินบัญชีธนาคาร นั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นทันที เมื่อเราต้องมีการใช้บัญชีเพื่อการเงินหรือสินเชื่อที่เด่นชัดก็คือการขอสินเชื่อ เงินกู้ กู้ยืมเงินจากธนาคาร การสมัครเปิดบัญชีกับบริษัท เพื่อเป็นการพิจารณาความเชื่อมั่นว่าผู้กู้สามารถชำระหนี้ได้ เพราะฉะนั้น   ถ้าเรามีการวางแผนที่จะพัฒนา หรือต้องการขอสินเชื่อเพื่อนำมาต่อยอดเราควรมีการเดินบัญชีอย่างถูกต้อง ซึ่งคงไม่สามารถปรับแต่งกันได้ในระยะสั้น ถ้าขาดความเข้าใจหรือแก่นแท้ของ การเดินบัญชีธนาคาร (Bank Statement)

ความสำคัญของการเดินบัญชี?

         การเดินบัญชีธนาคารเปรียบเสมือนการจดเรื่องราวของการเงินของเจ้าของบัญชีมีการจดวันเดือนปีของธุรกรรมการเงิน การฝาก ถอน โอน จ่าย ซึ่งเกิดขึ้นแล้วไม่สามารถเปลี่ยนหรือตกแต่งได้  เพราะฉะนั้นเราควรมีการวางแผนที่ดี เพื่อเวลาที่เราได้ใช้บริการ กับ ผู้ให้กู้ยืมเงิน เช่น ธนาคาร หรือ ที่ขอสินเชื่อต่างๆ จะมีการเรียกดูการเดินบัญชีเพื่อเป็นการเพิ่มความเชื่อมัน และเป็นหลักฐานในการยืนยันการเงินของท่าน

ทำไมธนาคารจึงต้องการพิจารณารายละเอียดการเดินบัญชีธนาคาร?

ด้วยการที่ธนาคารหรือที่ให้บริการสินเชื่อมีความเสี่ยงหลังจากที่ได้อนุมัติสินเชื่อแล้ว เพราะมีทั้งลูกค้าที่ดีและไม่ดี ผู้ให้บริการสินเชื่อหรือธนาคารจึงมีความรอบครอบเพื่อเพิ่มความเชื่อมั่น ในการอนุมัติเงินให้กับลูกค้าซึ่งการเดินบัญชีธนาคารเป็นตัวบ่งชี้ที่ดีในการหมุนเวียนเงินของลูกค้า

 

รายละเอียดการเดินบัญชีธนาคารที่ดีควรเป็นอย่างไร?

การเดินบัญชีธนาคารที่ดีควรมีรายรับมากกว่าจ่าย โดยส่วนมากธนาคารหรือผู้ให้บริการ จะขอดูย้อนหลังประมาณ 3-6 เดือน เพื่อเป็นการตรวจสอบเปรียบเทียบความสม่ำเสมอทางการเงินของเรา ตัวอย่างการดำเนินการบัญชีที่ดีสมมุตว่าสิ้นเดือนมกราคม เรามีเงินฝาก50,000 สิ้นเดือนกุมพาพันธ์เรามีเงินฝาก60,000  

ก็จะเข้าข่าย การมีรายรับมากกว่ารายจ่าย

 

สนใจสินเชื่อโทร.

Powered by MakeWebEasy.com